พระเจ้าผู้เสริมเรี่ยวแรง

1840

วันนี้ได้ฟังคำเทศนาของ ศจ.ดร.อานุภาพ วิชิตนันทน์  ใน คำเทศนา ซีรี่ย์รู้จักพระเจ้า  อยากนำมาแบ่งปันเพื่อนๆทุกท่าน เพื่อพระเจ้าจะเสริมกำลังท่านให้มีกำลังในองค์พระผู้เป็นเจ้า

“พระเจ้า ในสถานนมัสการน่าครั่นคร้ามนัก  คือพระเจ้าของอิสราเอล  พระองค์นั้นประทานฤทธิ์และกำลังแก่ประชากรของ พระองค์สาธุการแด่พระเจ้า” (สดด. 68:35)

พระเจ้าจะทรงสามารถประทานฤทธิ์และกำลังแก่เราได้เมื่อใด?

1. เหนื่อยล้าและอ่อนแรง (Tired and Weak)

 มี สองสิ่งที่มักจะทำให้เราเหนื่อยล้าอ่อนแรง  คือ การรอคอย (Waiting) และเรื่องที่ยากและเกินกำลัง (Things that are too difficult and beyond our ability)  ที่เข้ามาในชีวิต

“เมื่ออายุอับรามได้เก้าสิบเก้าปี พระเจ้าทรงปรากฏแก่อับราและตรัสแก่ท่านว่า  “เราเป็นพระเจ้า  ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ (เอล ชัดดาย) จงดำเนินอยู่ต่อหน้าเราและเป็นที่ดีพร้อม” (ปฐมกาล 17:1)

อับราฮัมคิดว่าพระเจ้าไม่ช่วยแล้ว เพราะรอคอยนาน  อีกทั้งดูสภาพความแก่ของตัวเองกับภรรยา จะมีทายาทไปได้อย่างไร  เลยทำด้วยเอง ไม่ได้รอคอยและเชื่อฟัง  ไม่ได้ทำตามแผนการของพระเจ้า  เขาได้นอนกับนางฮากาซึ่งเป็นสาวใช้ จึงเกิดเป็น อิชมาเอล ซึ่งไม่ใช่น้ำพระทัยพระเจ้า   สุดท้ายพระเจ้าทรงประทานอิสอัคเกิดมา ตามที่พระเจ้าสัญญาไว้

หลายครั้งที่เรารอคอยน้ำพระทัยพระเจ้า เรื่องงาน เรื่องการเงิน  เรื่องการแต่งงาน  เรื่องครอบครัว   จงรอคอยด้วยความตั้งใจ  อาจจะดูนานไปหรือเป็นไปไม่ได้ เมื่อถึงเวลาพระเจ้าประทานสิ่งที่ดีที่สุดแก่เราแน่นอน

  พระเจ้าสัญญากับเราว่าอย่างไร? (What is His Promise?)“ท่าน ไม่เคยรู้หรือ  ท่านไม่เคยได้ยินหรือพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเนืองนิตย์  คือพระผู้สร้างที่สุดปลายแผ่นดินโลก  พระองค์มิได้ทรงอ่อนเปลี้ย  หรือเหน็ดเหนื่อย  ความเข้าพระทัยของพระองค์ก็เหลือที่จะหยั่งรู้ได้…แต่เขาทั้งหลายผู้รอคอย พระเจ้าจะเสริมเรี่ยวแรงใหม่  เขาจะบินขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี  เขาจะวิ่งและไม่เหน็ดเหนื่อย  เขาจะเดินและไม่อ่อนเปลี้ย”   (อสย. 40:28,31)

2. เจ็บปวด (When I’m in pain)

“เมื่อเขานอนเจ็บ  พระเจ้าทรงค้ำจุนเขา  เมื่อเขาป่วยไข้พระองค์ทรงรักษาความเจ็บไข้ทั้งสิ้นของเขาให้หาย” (สดุดี 41:3)

3. ถูกทดลอง (When I’m Tempted)

        3.1 ขาดกำลังที่จะปฏิเสธ

“ด้วย ว่าในตัวข้าพเจ้า  คือในตัวของข้าพเจ้าไม่มีความดีประการใดอยู่เลย  เพราะว่าเจตนาดีข้าพเจ้าก็มีอยู่  แต่ซึ่งจะกระทำการดีนั้นข้าพเจ้าหาได้กระทำไม่” (รม. 7:18)

        3.2 อะไรคือพระสัญญาของพระเจ้า?

“ไม่มี การทดลองใดๆเกิดขึ้นกับท่าน  นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย  พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม  พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้  และเมื่อท่านถูกทดลองนั้น  พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย  เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้” (1 คร. 10:13)

“ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้  โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” (ฟิลิปปี 4:13)  

 

3 ขั้นตอนในการรับฤทธิ์เดชและกำลังจากพระเจ้า

 1.  ยอมรับว่าอ่อนแอ (Admit you’re weak)

“ความเย่อหยิ่งของคนนำเขาให้ต่ำลง  แต่คนที่มีใจถ่อมจะได้รับเกียรติ” (สุภาษิต 29:23)

 ยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ เข้ามาหาพระเจ้า เพื่อให้พระองค์ช่วย

2. ติดกับแหล่งพลัง ( Be connected to the source of power)

“5 เราเป็นเถาองุ่น  ท่านทั้งหลายเป็นแขนง  ผู้ที่เข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในเขา  ผู้นั้นก็จะเกิดผลมาก  เพราะถ้าแยกจากเราแล้วท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย

7   ถ้าท่านทั้งหลายเข้าสนิทอยู่ในเรา  และถ้อยคำของเราฝังอยู่ในท่านแล้ว  ท่านจะขอสิ่งใด  ซึ่งท่านปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้น” (ยน. 15:5,7)

เครื่อง ไฟฟ้าจะทำงานได้ถ้าเสียบปลัก  แม้จะเป็นของดีของแพงสักแค่ไหน ซื้อมาแต่ไม่ได้เสียบปลั๊กก็ใช้งานไม่ได้  เราต้องติดสนิทกับพระเจ้า  พระองค์เป็นขุมพลังแห่งวิญญาณจิตของเรา  เมื่อพระเจ้าเคาะประตูใจของเราให้เราเปิดรับพระองค์เข้ามา    สัตย์ซื่อในการเฝ้าเดี่ยว  สามาคคีธรรมกับพี่น้อง  และมาโบสถ์อย่างสม่ำเสมอ  ทำให้ชีวิตเราต่อติดอยู่กับแหล่งกำลังที่ไม่มีวันหมด

3. เลือกทางของพระเจ้าโดยเชื่อว่าฤทธิ์เดชของพระเจ้าจะปรากฏ
(Choose God’s way with faith that God’s power will show up)

“ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้  เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า  สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง” (ฮีบรู 11:1)

เชื่อ ไปก่อน  ก้าวไปก่อน ได้เห็นการอัศจรรย์   เดินไปในทางแห่งความเชื่อ แม้จะดูไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ  แต่ให้เราเดินไปก่อน แล้วทางมันจะชัดขึ้น ว่าเป็นทางที่มาถูกแล้วมาถูกทางแล้ว เป็นทางที่ดีที่สุด

“”อย่ากลัวเลย  มั่นคงไว้  คอยดูความรอดที่จะมาจากพระเจ้า  ซึ่งพระองค์จะประทานให้แก่ท่านทั้งหลายในวันนี้ด้วยคนอียิปต์  ซึ่งท่านทั้งหลายเห็นในวันนี้  แต่นี้ไปจะไม่ได้เห็นอีกเลย 14   พระเจ้าจะทรงรบแทนท่านทั้งหลาย  ท่านทั้งหลายจงสงบอยู่เถิด”” (ข้อ 13-14)

“แต่ เขาทั้งหลายผู้รอคอยพระเจ้าจะเสริมเรี่ยวแรงใหม่  เขาจะบินขึ้นด้วยปีกเหมือนนกอินทรี  เขาจะวิ่งและไม่เหน็ดเหนื่อย  เขาจะเดินและไม่อ่อนเปลี้ย”  (อสย. 40:31)

จำไว้ว่าเราต้องทำสิ่งที่เป็นไปได้ ตามกำลังที่เราทำได้โดยความเชื่อ  แล้วพระเจ้าจะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เกินกำลังของเรา

“พระองค์ นั้นประทานฤทธิ์และกำลังแก่ประชากรของพระองค์สาธุการแด่พระเจ้า และถ้าเราทั้งหลายเป็นบุตรแล้ว (ประชากรของพระองค์)  เราก็เป็นทายาท  คือเป็นทายาทของพระเจ้า  และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์  เมื่อเราทั้งหลายทนทุกข์ทรมานด้วยกันกับพระองค์นั้น  ก็เพื่อเราทั้งหลายจะได้ศักดิ์ศรีด้วยกันกับพระองค์ด้วย” (โรม 8:17)

พระเจ้าทรงให้กำลังแก่ทุกคน  ให้เราจะทำส่วนที่เป็นไปได้ สุดกำลังความสามารถ  ในส่วนของพระเจ้าจะทำส่วนที่เป็นไปไม่ได้  สิ่งที่เหนือธรรมชาติ  เกินกำลังของเราเอง พระองค์จะช่วยเรา   ถ้าเราเหนื่อยล้าอ่อนแรง จากการรอคอย  คำตอบที่ดูเหมือนยาวนาน  เหนื่อยต่อความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญ  เหนื่อยจากการทดลองที่ต้องต่อสู้   พระเจ้าจะให้แรงแก่เราได้ ให้เราผ่านไปได้  พระองค์อาจจะไม่ได้นำมันออกไปจากเรา  แต่พระองค์จะช่วยและอยู่เคียงข้างเราให้ผ่านไปได้ 

พระองค์จะไม่สามารถทำแผนงานของพระองค์ให้สำเร็จได้ถ้าไม่มีเรา  และเราก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้ถ้าไม่มีพระเจ้า  เดินไปกับพระองค์ พระองค์จะเสริมเรี่ยวแรงใหม่ ในทุกๆวัน  ..อาเมน